Jødedommen//ศาสนายิว
ศาสนายิวหรือศาสนายูดาห์เกิดขึ้นในตะวันออกกลางเมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อน คำว่า “ยิว” หมายถึงบุคคลที่นับถือศาสนา มีวัฒนธรรม หรือมีสัญชาติยิว
ชาวยิวมีประมาณ 15 ล้านคนจากทั่วโลก ชาวยิวส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในประเทศอิสราเอลหรือสหรัฐอเมริกา ศาสนายิวมีความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว เช่นเดียวกับศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม จากสามศาสนาที่เป็นเอกเทวนิยม ศาสนายิวเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุด
ศาสนายิวมีหลายนิกายที่มีความหมายและแนวทางการปฏิบัติทางศาสนาที่แตกต่างกัน ศาสนายิวนิกายออร์โธดอกซ์ นิกายอนุรักษนิยม และนิกายบูรณปฏิสังขรณ์ คือตัวอย่างของนิกายต่างๆในศาสนายิว
ความเชื่อและความศรัทธา
ชาวยิวนับถือพระเจ้าเพียงองค์เดียว พระเจ้าได้สร้างโลกและแนะแนวการดำเนินชีวิตของผู้คน ตามบทบัญญัติของพระองค์ ศาสนายิวเริ่มต้นจากพันธสัญญาระหว่างพระเจ้าและอับราฮัม ซึ่งพระเจ้าได้มีข้อตกลงพิเศษกับอับราฮัม แต่งตั้งอับราฮัมให้เป็นบิดาของกลุ่มผู้คนจำนวนมาก และผู้ติดตามของอับราฮัมจะได้รับดินแดนคานาอัน เป็นค่าตอบแทนที่อับราฮัมและลูกหลานของท่าน นอบน้อมต่อพระเจ้าและดำเนินชีวิตตามบทบัญญัติของพระองค์
คุณค่าที่สำคัญในศาสนายิว คือให้ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ การให้อภัย และความยุติธรรม ความเชื่อทางศาสนามีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันหลายด้าน ข้อบัญญัติที่ละเอียดและธรรมเนียมต่างๆ เกี่ยวกับเรื่อง อาหาร การแต่งกาย การสวดมนต์ และวันสำคัญทางศาสนา การที่ชาวยิวปฎิบัติตามกฎ ขนบธรรมเนียมเช่นนี้ เพื่อต้องการมีปฎิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพระเจ้า

บุคคลศักดิ์สิทธิ์
ในศาสนายิว ยกย่องบรรพบุรุษที่สำคัญอย่าง อับราฮัมและบุตรชายของท่าน อีซัค และยาคอบ ที่ถือว่าเป็นปรมาจารย์ พวกเขาได้รับคำยกย่องว่าเป็นบรรพบุรุษของชาวยิว และมีบทบาทสำคัญในพันธสัญญากับพระเจ้า
โมเสสถือเป็นศาสดาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ท่านได้รับบัญญัติสิบประการจากพระเจ้าบนภูเขาซีนาย และท่านได้ช่วยชาวยิวให้หลุดพ้นจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์
ศาสนายิวไม่มีนักบุญ (helgener) แต่มีบุคคลศักดิ์สิทธิ์หลายคน บุคคลเหล่านี้เป็นแบบอย่างของการมีความศรัทธา การเป็นผู้นำ และมีความซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า

พระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
ทานัค(Tanakh) คือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นรากฐานของความเชื่อและประเพณีในศาสนายิว ทานัคเป็นทั้งบันทึกเรื่องราวในประวัติศาสตร์และแนวคิดทางจิตวิญญาณ ซึ่งถ่ายทอดบทบัญญัติของพระเจ้าและประวัติศาสตร์ของประเทศอิสราเอล ทานัคประกอบด้วยสามส่วน ส่วนที่สำคัญที่สุดคือโทราห์ (Tora) โทราห์ประกอบด้วยคัมภีร์ทั้งห้าของโมเสส ที่มีบทบัญญัติต่างๆ ด้านจริยธรรม และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
ทัลมุด(Talmud) เป็นบทความอธิบายความหมายของทานัค(Tanakh) ทัลมุดอธิบายถึง การดำเนินชีวิตอย่างเคร่งคัดทางศาสนาว่าทำอย่างไร รวมทั้งกฎเกณฑ์และหน้าที่ของชาวยิวที่มี ผู้แปลความหมายคัมภีร์ทานัค คือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎต่างๆทางศาสนา ที่เรียกว่า รับบี (rabbinere)

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
สถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวยิวเรียกว่า โบสถ์ยิวหรือซินากูก(Synagogen) เป็นสถานที่สำคัญที่สุดในการพบปะกันทางศาสนา และทำกิจกรรมร่วมกันทางสังคม ที่นี่ชาวยิวมาพบกันเพื่อสวดมนต์ ศึกษาคำสอน และร่วมพิธีทางศาสนา นอกจากนี้ ซินากูกยังใช้เป็นสถานที่ในการศึกษา เฉลิมฉลองวันสำคัญทางศาสนา และมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความเป็นสังคมของชาวยิว
องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของซินากูกคือ อารอน ฮา-โคเดช (Aron ha-Kodesh) ซึ่งหมายถึง ตู้ศักดิ์สิทธิ์ ในตู้ศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นที่รวบรวมม้วนพระธรรมโทราห์ (Torah) ซินากูกอาจมีขนาดและรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่ทุกแห่งจะหันหน้าไปทาง เมืองเยรูซาเล็ม






วันสำคัญทางศาสนาและพิธีกรรมต่างๆ
ศาสนายิวมีวันสำคัญและพิธีกรรมมากมาย ที่ระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของศาสนาและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวยิว วันสำคัญที่สุดเหล่านี้คือ ซับบัท (Sabbat), เปสัค (Pesach), ยมคิปปูร์ (Yom Kippur) และฮานุกกะห์ (Hanukkah).
วันฉลองซับบัทจะจัดขึ้นทุกสัปดาห์ ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินในวันศุกร์ จนถึงพระอาทิตย์ตกดินในวันเสาร์ ซับบัทเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน สวดมนต์ และการอยู่ร่วมกัน
วันฉลองเปสัคเพื่อระลึกถึงการอพยพของชาวยิว ออกจากอียิปต์และการปลดปล่อยจากการเป็นทาส
ยมคิปปูร์ถูกเรียกว่า ‘วันแห่งการคืนดี’ ซึ่งเป็นวันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของปี เป็นวันแห่งการไตร่ตรอง สำนึกผิด และเป็นวันถือศีลอด ฮานุกกะห์เป็นเทศกาลแห่งแสงสว่าง โดยจะจุดเทียนบนเชิงเทียนที่เรียกว่า ‘เมโนราห์’ (menorah)

