Demokrati og diktatur// ระบอบประชาธิปไตยและระบอบเผด็จการ
ประชาธิปไตย – ตัดสินใจร่วมกัน
ระบอบประชาธิปไตย หรือที่เรียกว่าการปกครองโดยประชาชน เป็นรูปแบบการปกครองที่ประชาชนมีโอกาสเข้าร่วม ในการตัดสินใจเรื่องสำคัญต่างๆ ผ่านการใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง ระบอบประชาธิปไตยแตกต่างจากการปกครองแบบอื่นๆ เช่น ระบอบเผด็จการ ซึ่งเป็นการปกครองที่บุคคลเพียงคนเดียวมีอำนาจในการบริหารประเทศ ประเทศนอร์เวย์ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหมายความว่า ทุกคนที่อาศัยอยู่ในนอร์เวย์ มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ว่าสังคมจะเป็นไปในรูปแบบไหน เด็กและเยาวชนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเอง และได้รับการรับฟังในเรื่องที่เกี่ยวกับพวกเขา
คำว่าประชาธิปไตย Demokrati เป็นคำผสมจากภาษากรีกสองคำ คือ เดมอส (demos) ซึ่งแปลว่า ประชาชน และ คราเทอิน (kratein) ซึ่งแปลว่าผู้นำ หรือการปกครอง แนวความคิดเกี่ยวกับการปกครองโดยประชาชน เกิดขึ้นที่กรุงเอเธนส์ (Athen) เมื่อประมาณ 2500 ปีก่อน ในประเทศนอร์เวย์มีพรรคการเมืองหลายพรรค ซึ่งแต่ละพรรคมีความคิดเห็นแตกต่างกันว่าสังคมควรเป็นไปอย่างไร เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (stortingsvalg) พลเมืองนอร์เวย์ที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปทุกคน มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกพรรคการเมืองที่ตนเห็นด้วยมากที่สุด

อิสระในการแสดงความคิดเห็น
ในระบอบประชาธิปไตย ให้เสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็น นั่นหมายถึงทุกคนสามารถพูด หรือเขียนความคิดเห็นของตนเองได้ โดยไม่ถูกลงโทษ ตั้งแต่วัยเด็ก เราเรียนรู้ที่จะแสดงความคิด ความรู้สึก และความคิดเห็นของตนเอง พร้อมทั้งเรียนรู้ที่จะเคารพความคิดเห็นของผู้อื่นที่อาจแตกต่างจากเรา เมื่อเราเติบโตขึ้น ความคิดเห็นของเราก็จะได้รับการรับฟังและให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
ระบอบประชาธิปไตย – สื่อมวลชนเสรี
ในระบอบประชาธิปไตย สื่อมวลชนถูกใช้ในการเผยแพร่ความคิดเห็นที่หลากหลาย พรรคการเมืองต่างๆในนอร์เวย์ใช้สื่อหลายรูปแบบเพื่อเข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้ง เราสามารถติดตามการอภิปรายของนักการเมืองเกี่ยวกับแนวทางและนโยบายที่พวกเขาต้องการให้สังคมดำเนินไป ผ่านสื่อต่างๆ เช่น โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และอินเทอร์เน็ต

ระบอบเผด็จการ – คนกลุ่มเล็กตัดสินใจ
บางประเทศมีรูปแบบการปกครองที่เรียกว่า “ระบอบเผด็จการ” ซึ่งมีผู้นำเพียงคนเดียว หรือกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ เกี่ยวกับการปกครองประเทศ ใครก็ตามที่ออกความคิดเห็นของตนโดยผ่านการพูด หรือเขียนในสิ่งที่ผู้นำของประเทศไม่ต้องการ พวกเขาอาจถูกคุกคาม หรือถูกจำคุกได้ บางคนอาจถึงขึ้นถูกสังหาร เนื่องจากความคิดเห็นหรืออุดมการณ์ของเขา
โดยทั่วไป มีการแบ่งระบอบเผด็จการออกเป็นหลายประเภท ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้นำ (หรือ ใคร) เป็นผู้นำ และเสรีภาพถูกจำกัดมากน้อยเพียงใด
- หากอำนาจทั้งหมดอยู่ในมือของผู้นำระบอบเผด็จการเพียงคนเดียว เราเรียกว่า เผด็จการโดยบุคคลเดียว (enmannsdiktatur) หรือ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (enevelde) ตัวอย่างเช่น อดอล์ฟ ฮิทเลอร์ (Adolf Hitler) ในประเทศเยอรมนี โยเซฟ สตาลิน (Josef Stalin) ในสหภาพโซเวียต และ ฟรานซิสโค ฟรังโก Francisco Franco ในประเทศสเปน
- หากอำนาจการปกครองอยู่ในมือของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เราสามารถเรียกการปกครองนี้ว่า เผด็จการโดยคณะบุคคล (Kollegialt diktatur) หรือ “คณาธิปไตย” (Oligarki) ซึ่งพบในหลายประเทศที่ปกครองโดยคณะรัฐประหารทางทหาร (Militærjunta) หรือระบบพรรคการเมืองพรรคเดียว (ettpartistyrte land)
ระบอบเผด็จการ – มีเพียงเสียงเดียวที่ได้รับการรับฟัง
ในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการ รัฐบาลเป็นเจ้าของหรือควบคุมสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ สามารถเผยแพร่ได้เฉพาะสิ่งที่รัฐบาลต้องการให้ประชาชนได้รับรู้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ประชาชนพูดหรือเขียนในสิ่งที่ตนเองคิดเห็น การควบคุมสิ่งที่ประชาชนพูดและเขียนของรัฐบาล เรียกว่า “การเซ็นเซอร์”

